วันนี้เป็นวันแรก ครั้งแรกที่เริ่มเขียนบล็อค คงเป็นเพราะเป็นช่วงเวลาที่ "ว่าง" ที่สุดในชีวิต แล้วก็ประกอบกับความตั้งใจว่าจะจดบันทึกเรื่องราวต่างๆที่ได้รับฟังจากปากพ่อแม่ของตัวเองไว้ให้มากที่สุด เพื่อจะได้รำลึกถึงในอนาคต
เมื่อกี๊เพิ่งทานข้าวกลางวันกับพ่อและพินเสร็จ เป็นสุกี้แห้งที่พินโทรสั่งจากร้านเจ้เช็งปากซอย เป็นครั้งแรกที่น้องเด็กพม่าหน้าขาวใสขี่จักรยานมาส่งและกดออกหน้าบ้านแพน (แถมพูดอะไรเกี่ยวกับว่าน้ำผัก...สุกี้...ซักอย่าง เราฟังไม่เข้าใจ แต่คิดว่าไม่น่าใช่เรื่องซีเรียสอะไรเลยเออออไป) หลังจากทานเสร็จ พินก็กลับไปเตรียมตัวออกไปบิน แพนกับพ่อก็ตบท้ายมื้อด้วยแตงโมเนื้อสีแดงหวานกำลังพอดีที่พ่อ (หรือแม่) หั่นมา เรานึกได้ว่าแม่ดูภูมิใจมากที่ซื้อแตงโมมาจากตลาดไทเมื่อวานด้วยราคาลูกละ 30 บาท เลยถามพ่อว่า เอ๊ะ ถ้าเราซื้อแตงโมขนาดนี้ปกติเค้าขายกันเท่าไหร่ พ่อบอกว่าเค้าขายกันเป็นกิโล กิโลละ 30-40 บาท ฉะนั้น ถ้าลูกขนาดนี้ น่าจะซัก 3-4 กิโล ก็น่าจะเกินร้อยบาท เราก็ร้องโหหหห เข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ภูมิใจมาก และยังต้องซื้อมาหลายลูก เพื่อให้คุ้มกับค่าน้ำมันรถ (ของน้ามณฑา) ที่ขับไป 40 กม.
จากนั้นพ่อก็เริ่มเล่าเรื่องที่จุดประกายให้เราเขียนบล็อคเป็นครั้งแรกวันนี้
ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2505 ตอนที่พ่ออายุได้ 17 ปี พ่อเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯเป็นครั้งแรก และเป็นคนแรกในบรรดาลูกปู่ย่าทั้งหมด 5 คน พ่อเริ่มต้นเล่าว่าสมัยนั้น พ่อเข้ามาพักอาศัยอยู่บ้านเช่าหลังนึงที่มีหลายๆห้อง ห้องอื่นๆก็เป็นพี่ๆคนขับรถแท็กซี่ที่ส่วนใหญ่มาเช่าเป็นรายวัน วันละ 5 บาท ของพ่อจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 250 บาท รวมค่าที่พักและอาหารเช้าและอาหารเย็นที่ป้าเจ้าของบ้านจัดเตรียมให้
ในซอยบ้านพักที่พ่ออยู่จะมีร้านขายอาหารที่พ่อกินประจำอยู่ร้านนึง ขายข้าวแกงราคา 2 บาท และสุกี้ 3 บาท พ่อบอกว่าปกติพ่อจะกินได้แต่ข้าวแกงนี่แหละ เพราะสุกี้มันแพง (เวลาเจอเรื่องแบบนี้ เราก็ต้องคิดคำนวณว่า มันแพงกว่าตั้ง 50% อืม ก็จริงนะ ถ้าเป็นสมัยนี้ อาหารจานละ 50 บาท กับ 75 บาท ก็ถือว่าต่างกันมากอยู่) พ่อบอกว่าพวกคนที่สั่งสุกี้กินก็จะเป็นคนที่ทำงานร้านขายกล้อง พวกแคนน่อน อะไรพวกนั้น แต่งตัวดีๆมากิน พ่อเล่าแล้วทำหน้ายิ้มๆเหมือนจะบอกว่าตอนนั้นก็แอบอิจฉาเค้าอยู่เนืองๆ พ่อบอกว่าค่ารถไปกลับต่อวัน 1 บาท แล้วก็มีจ่ายค่าอะไรอีกซักย่าง 6 สลึง (1.5 บาท) สะระตะแล้ววันๆนึงใช้เงินไม่เกิน 5 บาท โอ้มายก้อดดดดด 5 บาท!!! หากลองคิดเทียบบัญญัติไตรยางค์ง่ายๆ (โง่ๆ) ว่าถ้าราคาข้าวแกง 2 อย่างสมัยนั้น เป็นราคา 2 บาท แล้วสมัยนี้ 40 บาท ก็แปลว่าราคาขึ้นมา 20 เท่า ถ้าเทียบกับค่ารถสมัยนี้ก็น่าจะเป็น 20 บาทไปกลับ และค่าใช้จ่ายทั้งวันก็จะเป็น 100 บาทเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วไซร้ มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่เลย (ถึงกับต้องเปล่งเสียงร้องเพลงเธอรู้หรือเปล่า ของใหม่ เจริญปุระ ออกมา!) ด้วยรูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนไป การศึกษาที่เราได้รับ สังคมที่เราอยู่ เราไม่สามารถกลับไปเดินทางด้วยรถเมล์หรือขนส่งมวลชน (ที่ไม่ใช่รถไฟฟ้าหรือรถใต้ดิน) อีกต่อไป แค่สตาร์ทรถออกจากบ้าน เราก็มีค่าน้ำมันและค่าทางด่วนที่ต้องเสียแล้ว อย่างน้อยก็ 300 บาทเหนาะๆ นั่นหมายความว่าค่าเดินทางเราเพิ่มขึ้น 300 เท่าจากวันนั้นถึงวันนี้!!!
No comments:
Post a Comment