ว่าด้วยเรื่องของการเป็นพ่อแม่ หนึ่งในสิ่งที่ถือว่าการเลี้ยงลูกประสบผลสำเร็จคงหนีไม่พ้นการที่ลูก "กินอิ่ม นอนหลับ" แม้จะฟังดูเป็นสิ่งง่าย แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่แค่การกินๆๆและนอนๆๆ อีกทั้งยังมีความหมายที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ใต้ 2 สิ่งนี้ เพราะการกินอิ่ม ไม่ใช่แค่กินอะไรก็ได้ ตัวอย่างเช่น สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน การได้นมแม่ล้วนโดยไม่ผสมนมผงถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และการที่จะได้มาซึ่งนมแม่ต้องขอบอกเลยว่า ท่อนเพลง "เลือดในอกผสมกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน" นั้นเป็นความจริง แต่หากจำเป็นต้องใช้นมผสมก็ควรเป็นนมที่มีคุณภาพและไม่ทำให้ลูกแพ้ หรือเมื่อถึงวัยทานอาหารจะทำอย่างไรให้ลูกทานของที่มีประโยชน์ อีกเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวดคือเรื่องการนอนหลับ ซึ่งไม่ได้หมายถึงหลับกี่โมงก็ได้ แต่ควรเป็นเวลาตามนาฬิกาชีวิตเพื่อให้อวัยวะภายในของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด แล้วยังมีเรื่องของการหลับยาวเพื่อให้ฮอร์โมนการเจริญเติบโตหลั่งได้เต็มที่ เห็นมั้ยคะว่าเรื่องง่ายๆที่ไม่ง่ายนั้นมันคืออะไร
บล็อกนี้แพนจะขอแชร์ประสบการณ์ในการฝึกลูกให้นอนด้วยตัวเองค่ะ เป็นวิธีที่ชื่อว่า The Sleepsense Program by Dana Obleman ซึ่งโปรแกรมนี้เน้นในการฝึกให้ลูกนอนหลับยาวตลอดคืน (Proven Strategies for Teaching Your Child to Sleep Through the Night) เล่มที่แพนอ่านนั้นเป็น Second Edition ค่ะ หนังสือหนาพอควรแต่อ่านแล้วทำให้เข้าใจกระบวนการคิดและช่วยปรับทัศนคติที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายมีค่ะ นั่นคือสาเหตุหลักที่แนะนำให้พ่อแม่ที่สนใจโปรแกรมนี้อ่านหนังสือด้วยตัวเองแล้วจึงฝึกลูกค่ะ
เรื่องราวของแพน-โป้-ด.ญ.แพท
อะไรคือจุดเปลี่ยน
อะไรคือจุดเปลี่ยน
- จุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้สึกว่าต้องการทำอะไรซักอย่างกับการนอนของลูกของแต่ละคนแตกต่างกัน
- ปัญหาของแต่ละคนก็แตกต่างกัน เช่น ลูกนอนไม่ถึง 10-12 ชั่วโมง ลูกนอนยากตอนกลางวัน ใช้เวลากล่อมลูกเป็นชั่วโมง ฯลฯ
- จุดเปลี่ยนของแพน-โป้-ด.ญ.แพทคือตอนที่แพทหลับคาเต้าทั้งกลางวันกลางคืน แพนขยับตัวไม่ได้เลย แค่แพนลุกไปห้องน้ำแพทก็ตื่น บางทีแพนอั้นไม่ได้เข้าห้องน้ำหลายชั่วโมงเพราะอยากให้ลูกนอนนาน แล้วอีกอย่างคือเค้ามานอนเตียงเรา โดยแทบไม่ได้ใช้เตียงเค้าเองเลย ประกอบกับมีเพื่อนๆและคนรอบข้างเริ่มซื้อเปล ซึ่งแพนคิดลึกๆว่า เปลไม่น่าใช่สิ่งที่เด็กทุกคนเกิดมาแล้วต้องการ และเราไม่สามารถนำเปลไปด้วยทุกที่ที่เราไป ที่แย่ไปกว่านั้นคือ กลางคืนลูกตื่นขึ้นมากินนม แล้วเราก็ต้องปั๊มนมต่อ สรุปแล้วแม่ได้นอนไม่ต่อเนื่อง กลางวันก็ยิ่งเหนื่อยเพลีย หงุดหงิด ปวดหัว ทะเลาะกับคนในครอบครัว
- แพนเห็นดังนี้เลยถามรุ่นพี่ที่แพนนับถือคนหนึ่ง จุดเปลี่ยนของรุ่นพี่คนนี้คือ เค้าอุ้มลูกจนข้อมืออักเสบทั้งสองข้าง อุ้มกล่อมนอนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงต้องหาวิธีทำยังไงให้ลูกหลับเองโดยไม่ต้องอุ้ม แล้วก็ค้นพบการฝึกตามโปรแกรมนี้ซึ่งเค้าใช้ฝึกลูกทั้งสองคน ลูกคนแรกฝึกตอน 4 เดือน ลูกคนที่สองฝึกตอน 2 เดือน ตอนนี้ลูกเค้า 4 ขวบและ 2 ขวบแล้ว น้องทั้งสองเป็นคนสดใสร่าเริง พูดเก่งอีกต่างหาก เราก็มั่นใจได้ว่าโปรแกรมนี้ไม่มีอันตรายกับสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็กแน่นอน
- แพนใช้วิธีปรินท์ออกมา และอ่านเอกสารให้จบถึงตรงที่พอเหมาะอายุของลูกเรา (แพนเองค่อยๆกระดึ๊บอ่านอยู่ 2 สัปดาห์ค่ะ สาเหตุก็อย่างที่บอก ขยับตัวจากแพทไม่ค่อยได้เลยค่ะ)
- เอกสารทั้งหมดคือ 199 หน้า แต่ตัวแพนเองอ่านไป 102 หน้า ซึ่งคือสำหรับเด็กแรกเกิด - 1 ปีค่ะ แล้วก็ฝึกลูกค่ะ ขีดเส้นใต้ส่วนที่สำคัญ
- บรีฟให้สามีฟังเฉพาะตรงที่ขีดเส้นใต้ตั้งแต่ต้นจนจบ (สามีมีส่วนสำคัญมากๆ กับความสำเร็จ เพราะเราต้องลงเรือลำเดียวกันค่ะ หากใครคนนึงใจอ่อน อีกคนต้องช่วยกันฉุดให้ใจแข็งค่ะ)
- แจ้งให้ปู่ย่าตายายทราบว่าเราตัดสินใจแล้วที่จะฝึกลูกด้วยวิธีนี้ จัดแจงให้ชัดเจนว่าจะให้ใครทำอะไรตอนไหน เช่น ใครเป็นคนทำ bedtime routine สลับกันอย่างไรระหว่างพ่อแม่ปู่ย่าตายาย
- สมัคร email newsletter ในเวปของ The Sleepsense Program by Dana Obleman เพื่อรับข่าวสารและเคล็ดลับต่างๆ
ฝึกตอนอายุเท่าไหร่? เราเริ่มฝึกแพทตอนอายุ 2 เดือน 11 วันค่ะ (10 สัปดาห์ 2 วัน) ตอนที่น้ำหนัก 5 ก.ก. (แพทเกิดตอน 39 สัปดาห์) เลือกช่วงหยุดสงกรานต์และช่วงที่ไม่มีแผนออกไปต่างจังหวัด
ฝึกอย่างไร?
หลายคนสนใจอยากฝึกลูกแล้วถามว่าทำอย่างไรเพื่อจะได้ไปทำตามทันที แพนขออนุญาตไม่แนะนำอย่างนั้นค่ะ ถ้าไม่อ่านหนังสือให้ละเอียดเราจะไม่เข้าใจว่า "ทำไม" ต้องฝึกลูก อีกทั้งในกรณีที่มีเสียงขัดแย้งหรือวิจารณ์จากคนรอบข้างหรือปู่ย่าตายาย จะทำให้เรา "ไขว้เขว" ค่ะ แล้วผลเสียจะตกอยู่ที่ลูกเองค่ะ ดังนั้นการเข้าใจทั้ง Why & What & How จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากและจะทำให้เรามั่นคงและมั่นใจในการฝึกลูกครั้งนี้ค่ะ แต่นี่คือวิธีคร่าวๆนะคะ
- หยุดใช้ตัวช่วยกล่อมให้ลูกหลับ เช่น เข้าเต้าหลับ ไกวเปล อุ้มโยก รถเข็นหรือคาร์ซีท
- กำหนด Bedtime routine ที่ชัดเจน เพลิดเพลิน และยาว 20-30 นาที อย่าให้สั้นหรือนานกว่านี้ (ของแพทคือ 7:00-7:10 อาบน้ำ ใส่ชุดนอน, 7:10-7.15 ร้องเพลง, 7:15-7:25 ให้นมขวด, 7:25 วางเตียง)
- เข้านอนแต่หัวค่ำ คือ เด็กอายุ 3-6 เดือนควรนอน 7:00-8:00 pm, เด็กอายุ 7-12 เดือนควรนอน 6:30-7:30 pm, เด็กอายุ 1+ปี ควรนอน 7:00-8:00 (ตัวแพนเองเลือกให้ลูกนอน 7:30 เพราะ เหมาะกับทุกช่วงอายุ และ Bedtime routine เริ่มด้วยการอาบน้ำ เลยไม่อยากให้ลูกอาบน้ำดึกเกินไป)
- มีประโยคประจำที่ใช้ส่งลูกเข้านอน เช่น "ถึงเวลานอนแล้วนะลูก" "It's night time"
- เวลากลางวัน เด็กอายุ 3-5 เดือน ควรตื่นครั้งละ 1-2 ชั่วโมง, เด็กอายุ 6-12 เดือน ควรตื่นครั้งละ 3-4 ชั่วโมง
ใช้เวลาฝึกแพท ไม่นานเลยค่ะ เด็กยังเล็กมาก เค้าเรียนรู้เร็วกว่าที่เราคิด อย่าดูถูกเด็กเล็กเชียว อย่างไรก็ดีเด็กแต่ละคนก็ใช้เวลาต่างกันไปนะคะ นี่คือเวลาที่แพทใช้ค่ะ
- นอนกลางคืน คืนที่ 2 ก็สำเร็จเรื่องนอนเป็นเวลาคือ 7.30 pm ค่ะ แต่เรื่องนอนยาว 10 ชม. สำเร็จตอนสัปดาห์ที่ 3 ค่ะ
- แต่สำหรับนอนกลางวัน การฝึกนั้นยากกว่าพอควร ใช้เวลา 2 สัปดาห์ที่จะหลับด้วยตัวเอง และใช้เวลา 4 สัปดาห์ที่จะหลับยาวในแต่ละรอบ
ผลลัพท์โดยตรงเรื่องการนอน
- กลางคืนนอนตอน 7.30 pm ทุกวันโดยไม่ต้องให้หลับคาเต้า หรืออุ้ม หรือโยก
- กลางคืนนอนยาว 10 ชม.ถึงเช้า (นอน 7.30 pm ตื่น 5.30 หรือ 6.00) ไม่ต้องเปลี่ยนเพิสเลยค่ะ
- กลางวันนอน 2 รอบ รอบละ 3-4 ชม. รวมแล้วนอนวันละ 15 ชม.
- นอนเตียงตัวเองตลอดทั้งกลางวันกลางคืน
- ตอนที่ตื่นคือแพทสดชื่น เล่นเต็มที่ กินนมเต็มที่ และง่วงเมื่อไหร่ก็หลับเองได้ มีร้องแอ๊ะๆ ครางเบาๆ ดูดนิ้วเพื่อกล่อมตัวเอง
ผลลัพท์ทางบวกอื่นๆ
- กินนมวันละ 4 รอบ โดยแต่ละรอบกิน 3.5-6 ออนซ์ ไม่ต้องมีมื้อเล็กมื้อน้อยให้ต้
องกังวลเรื่องเตรียมนม - เปลี่ยนเพิสวันละ 4-5 ครั้ง คือหลังตื่นแต่ละรอบและก่อนเข้านอนกลางคืน (เมื่อก่อนใช้วันละ 10+ แผ่นค่ะ เพราะร้องทีก็เปลี่ยนที ทั้งที่จริงๆเพิสยังรองรับได้อีก)
- เลี้ยงง่าย พาไปไหนก็ได้ ไปต่างจังหวัดก็นอนใน travel cot หรือ รถเข็น หรือ car seat ได้เมื่อถึงเวลานอน
- พ่อแม่ปู่ย่าตายายมีเวลาเป็นของตัวเองเพิ่มขึ้น ได้ทำกิจกรรมของตัวเองเป็นชิ้นเป็นอัน อารมณ์คงที่ ไม่หงุดหงิดใส่กัน แฮปปี้!
อุปสรรค
- ความกลัวลูกหิวระหว่างคืน: หากลูกอายุ10-13 สัปดาห์ หรือน้ำหนักเกิน 5.8 ก.ก. และตามประวัติน้ำหนักขึ้นได้ดี แปลว่าลูกสามารถนอนยาวโดยไม่ต้องตื่นมาทานนมได้แล้วค่ะ แต่เราต้องมั่นใจว่าให้ลูกทานนมเต็มที่ก่อนนอนนะคะ
- เสียงลูกร้องทรมานจิตใจ: ก่อนอื่นต้องมั่นใจว่า ลูกทานอิ่มแล้ว ไม่ได้ท้องอืด หรือมีความผิดปกติอื่นๆ เช่น โดนอะไรกดทับ หากลูกง่วงแล้วเราวางเตียงแต่เค้าร้องไห้นั่นก็เพราะเค้าไม่รู้วิธีหลับด้วยตัวเองได้ เมื่อเราปล่อยให้ร้อง ลูกจะเรียนรู้เองว่าจะไม่มีตัวช่วยทำให้เค้าหลับอีกแล้ว จากนั้นก็จะหลับเองค่ะ ถ้าทนเสียงลูกร้องไม่ได้ แนะนำให้พ่อแม่ออกจากห้องค่ะ (แพนใช้วิธีออกจากห้องแล้วนอนอยู่ที่ประตูด้านนอกห้องในคืนแรกๆค่ะ หลังจากนั้นก็ใช้ baby monitor แล้วเราก็สามารถไปห้องอื่นทำกิจกรรมได้ตามปกติค่ะ)
- ลูกดูดนิ้วหลังวางลงเตียงหรือตื่นขึ้นมาระหว่างคืนแล้วดูดนิ้ว: เค้าไม่ได้หิวนะคะ แต่เค้ากำลังกล่อมตัวเองให้หลับอยู่ค่ะ
- การไม่เห็นด้วยหรือคำพูดของคนรอบข้าง: อธิบายให้เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไร อย่างไร และทำไม แนะนำให้เป็นในเชิงแจ้งให้ทราบไม่ใช่การขออนุญาต อาจต้องทำใจว่าจะมีการกระทบกระทั่ง แต่รับรองจากประสบการณ์จริงว่าทุกคนจะมีความสุขมากหลังจากการฝึกสำเร็จค่ะ!
Keys to success
- ยึดมั่นว่า "ทำไม" เราจึงทำสิ่งนี้และเรากำลังให้ของขวัญที่วิเศษให้ลูก
- ถ้าเราใจอ่อน ผลเสียจะตกที่ลูก ไม่ใช่ที่เรา
- สามีมีส่วนสำคัญมากๆๆๆๆ กับความสำเร็จ
- Tip: อาจเลือกช่วง 2-5 วันที่ปู่ย่าตายายไม่อยู่ (เพราะท่านอาจทนเสียงหลานร้องไห้ไม่ได้)
- สุดท้าย หากอ่านแล้วมีคำถาม แพนยินดีตอบนะคะ แม้ประสบการณ์จะมีไม่มาก แต่มีกำลังใจให้เต็มที่
May Your Baby Sleep Long. Fighto!
แพน
แพน
No comments:
Post a Comment